แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 มุกที่ใช้บ่อย อ้างตำรวจ DSI ไปรษณีย์ กรมที่ดิน และประโยคที่ได้ยินแล้ววางสายได้เลย

แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักอ้างเป็นตำรวจ DSI ไปรษณีย์ หรือกรมที่ดิน แต่ละมุกมีบทพูดที่ซ้ำกันจนจับได้ รวม 4 สคริปต์ที่ใช้บ่อย สิ่งที่หน่วยงานตัวจริงยืนยันว่าไม่ทำ เบอร์ทางการสำหรับโทรกลับไปเช็ค และต้องทำอะไรถ้าโอนเงินไปแล้ว

ถ้ากำลังคุยสายอยู่ตอนนี้ ทำ 3 อย่างนี้

ถ้ามีคนโทรมาบอกว่าคุณมีคดี มีพัสดุผิดกฎหมาย หรือต้องโอนเงินไปตรวจสอบ ไม่ต้องอ่านทั้งบทความก่อน ทำตามนี้ครับ

  1. วางสาย ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียมารยาท เจ้าหน้าที่ตัวจริงไม่ว่าอะไร และคดีจริงไม่หายไปเพราะเราวางสาย
  2. โทรกลับไปที่เบอร์ทางการของหน่วยงานนั้นเอง อย่าใช้เบอร์ที่คนโทรมาให้ไว้ เบอร์ทางการอยู่ในตารางท้ายบทความ
  3. ไม่โอนเงิน ไม่ติดตั้งแอป ไม่แอด LINE ตามที่สั่ง ถ้าโอนไปแล้ว โทรหาธนาคารทันที แล้วโทร 1441 ศูนย์ AOC รับแจ้งตลอด 24 ชั่วโมง (ก่อนโทรเตรียมอะไรบ้าง)

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำงานยังไง

มุกจะเปลี่ยนไปตามข่าว แต่ขั้นตอนแทบไม่เปลี่ยน

  1. รู้ข้อมูลของเรามาก่อน ชื่อ เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ หรือว่าเรามีคอนโด เพื่อให้ฟังดูเหมือนเจ้าหน้าที่จริง ข้อมูลพวกนี้หลุดมาจากหลายที่ การที่เขารู้ข้อมูลเราจึงไม่ได้แปลว่าเขาเป็นตัวจริง
  2. ทำให้กลัวหรือรีบ บอกว่ามีคดี มีหมายจับ บัญชีจะถูกอายัด หรือต้องทำภายในวันนี้
  3. แยกเราออกจากคนอื่น สั่งว่าคดีเป็นความลับ ห้ามบอกใคร บางรายสั่งให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นและเปิดวิดีโอคอลค้างไว้
  4. ให้โอนเงินหรือติดตั้งแอป อ้างว่าเพื่อตรวจสอบ เพื่อปิดคดี หรือเพื่ออัปเดตข้อมูล

ถ้าสายไหนมีครบทั้งข้อ 2 และข้อ 4 แทบไม่ต้องสงสัยต่อแล้วว่าเป็นมิจฉาชีพ

มุกที่ 1: อ้างเป็นตำรวจ บัญชีของคุณพัวพันการฟอกเงิน

บทพูดที่เจอบ่อย บางครั้งเริ่มจากคนอ้างเป็นค่ายมือถือหรือบริษัทขนส่ง แล้ว "โอนสาย" ไปหาตำรวจ

  • บอกว่าเบอร์หรือบัญชีธนาคารของเราถูกใช้ฟอกเงิน ค้ายาเสพติด หรือเปิดบัญชีม้า
  • ส่งหมายจับหรือหนังสือราชการปลอมมาทาง LINE
  • วิดีโอคอลมาในชุดตำรวจ ฉากหลังทำให้ดูเหมือนสถานีตำรวจ
  • สั่งให้โอนเงินทั้งหมดไป "ตรวจสอบความบริสุทธิ์" แล้วจะโอนคืนภายหลัง

ตำรวจไซเบอร์ (กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท.) เตือนไว้เมื่อ 6 ม.ค. 2568 ว่าตำรวจจริง ไม่เรียกรับเงินผ่านบัญชีส่วนตัว ไม่ขอเลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลบัญชีธนาคารทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ ไม่สอบสวนผ่านวิดีโอคอลหรือแอปแชทอย่างเดียว และไม่ติดต่อผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเดียว ถ้าสงสัย ให้ติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่โดยตรง

มุกที่ 2: อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ DSI คุณมีคดี

มุกนี้คล้ายมุกตำรวจ แต่ใช้ชื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ฟังดูใหญ่กว่า

  • โทรมาแจ้งว่าเรามีคดี มักเป็นคดีฟอกเงิน
  • อ่านเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ และเบอร์โทรของเราให้ฟัง เพื่อให้เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง
  • ให้ทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์หรือ LINE โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนของคดี

DSI ประกาศว่าจะไม่ติดต่อให้ประชาชนทำธุรกรรมผ่านการคุยโทรศัพท์หรือ LINE คดีจริง "จะมีหนังสือเรียกหรือเชิญมาพบเพื่อสอบสวน" DSI ยังย้ำว่าไม่โทรสอบสวนคดีทางโทรศัพท์ และไม่ให้โอนเงินเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ถ้าไม่แน่ใจ วางสายแล้วโทรเช็คเองที่สายด่วน DSI 1202 หรือ 0 2142 2555

มุกที่ 3: อ้างเป็นไปรษณีย์ พัสดุของคุณมีของผิดกฎหมาย

  • โทรมาแจ้งว่าพัสดุที่เราส่งหรือที่ส่งถึงเรามีของผิดกฎหมาย
  • เสนอ "โอนสาย" ไปหาตำรวจให้ เพื่อจะได้ไม่มีคดี
  • ตำรวจปลอมบอกว่าต้องโอนเงินเพื่อปิดเรื่อง

ระวังเรื่องเบอร์ที่โชว์บนจอ ไปรษณีย์ไทยเคยเตือนเองว่ามิจฉาชีพแอบอ้างใช้เบอร์โทรของไปรษณีย์ ⇒ เบอร์ที่โชว์ว่าเป็นของไปรษณีย์ ไม่ได้แปลว่าคนที่พูดอยู่เป็นพนักงานไปรษณีย์

ไปรษณีย์ไทยย้ำว่า "ไม่มีนโยบายให้ลูกค้าโอนเงินเด็ดขาด" ถ้าสงสัยเรื่องพัสดุ วางสายแล้วโทรเช็คเองที่ 1545 หรือดูสถานะพัสดุในเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยเอง

มุกที่ 4: อ้างเป็นกรมที่ดิน สำรวจภาษีที่ดินหรืออัปเดตข้อมูล

  • โทรมาบอกว่ากำลังสำรวจผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือบอกว่าเรายังไม่ได้จ่ายภาษี ต้องอัปเดตข้อมูล
  • มักรู้ว่าเรามีที่ดินหรือห้องชุดที่ไหน ทำให้ฟังดูน่าเชื่อ
  • ให้แอด LINE แล้วส่งลิงก์ให้โหลดแอป จากนั้นหลอกให้กดอนุญาตสิทธิ์จนควบคุมมือถือ แล้วโอนเงินออกจากบัญชี

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำเรื่องนี้ไว้เมื่อ 30 พ.ค. 2566 ว่ากรมที่ดิน "ไม่โทรหาประชาชน ไม่ขอแอดไลน์ ไม่มีหน้าที่เก็บภาษีที่ดินฯ" ขั้นตอนหลังจากแอด LINE คือมุกเดียวกับแอปดูดเงิน ซึ่งเราอธิบายวิธีเช็คมือถือและสิ่งที่ต้องทำไว้แล้ว

ประโยคที่ได้ยินแล้ววางสายได้เลย

  • "โอนเงินมาตรวจสอบก่อน แล้วจะโอนคืนให้"
  • "คดีนี้เป็นความลับ ห้ามบอกใคร แม้แต่คนในครอบครัว"
  • "เดี๋ยวโอนสายไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคุยต่อ"
  • "แอด LINE เจ้าหน้าที่ แล้วโหลดแอปนี้เพื่อยืนยันตัวตน"
  • "เปิดวิดีโอคอลค้างไว้ ห้ามวางสาย"
  • "ต้องทำภายในวันนี้ ไม่อย่างนั้นบัญชีจะถูกอายัด"

เบอร์ทางการสำหรับโทรกลับไปเช็ค

ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องที่ได้ยินเป็นเรื่องจริงไหม ให้วางสายก่อน แล้วโทรกลับไปที่เบอร์เหล่านี้เอง

  • ศูนย์ AOC รับแจ้งเหตุภัยออนไลน์: 1441 (24 ชั่วโมง)
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI): 1202 หรือ 0 2142 2555
  • ไปรษณีย์ไทย: 1545
  • กรมที่ดิน: 0 2141 5555

ถ้าได้ยินว่ามีคดีหรือหมายจับ ให้ติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่ด้วยตัวเอง โดยหาเบอร์สถานีจากเว็บไซต์ทางการ ไม่ใช่เบอร์ที่คนโทรมาให้

ถ้าโอนเงินไปแล้ว ทำตามลำดับนี้

  1. โทรหาธนาคารของเราทันที ขอระงับบัญชีและแจ้งว่าโอนเงินให้มิจฉาชีพ ยิ่งแจ้งเร็ว ยิ่งมีโอกาสอายัดเงินปลายทางได้ทัน
  2. โทร 1441 แจ้งรายละเอียดการโอน เลขบัญชีปลายทาง และเวลา
  3. แจ้งความออนไลน์ ตามขั้นตอนแจ้งความออนไลน์ เก็บหลักฐานไว้ให้ครบ ทั้งสลิปโอนเงิน เบอร์ที่โทรมา และแชท LINE

ได้เบอร์แปลกหรือ SMS แนบลิงก์มาจากมุกเหล่านี้ คัดลอกลิงก์ไปวางในหน้าเช็คลิงก์ก่อนกด และช่วยคนต่อไปด้วยการแจ้งเบอร์มิจฉาชีพไว้ที่ Guarded Link

ที่มา: DSI: ประกาศเตือน (18 พ.ย. 2567) · Thai PBS Verify: เช็คให้ชัวร์ก่อนเชื่อ คนอ้างเป็น DSI (พ.ค. 2568) · ผู้จัดการออนไลน์: ตำรวจไซเบอร์เตือนตำรวจปลอม (6 ม.ค. 2568) · ไปรษณีย์ไทย: แจ้งเตือนมิจฉาชีพแอบอ้างเบอร์ไปรษณีย์ · ไทยโพสต์: โฆษกรัฐบาลเตือนมิจฉาชีพอ้างกรมที่ดิน (30 พ.ค. 2566)

ตรวจลิงก์ก่อนกดเปิด

วางลิงก์หรือสแกน QR code แล้วเราจะเปิดให้แทนคุณ บอกปลายทางที่แท้จริง ลำดับการส่งต่อระหว่างทาง และมีใครเคยแจ้งรายงานผู้ขายรายนั้นไว้หรือยัง

ตรวจสอบลิงก์
เพิ่มน้องกล้าเป็นเพื่อนในไลน์ ให้ช่วยตรวจลิงก์ให้คุณได้เลย